และแล้ว อาร์ก็พูดได้เต็มปากว่าสำเร็จการศึกษาแล้ว
แม้จะใช้เวลาของน.ศ.ไม่คุ้มค่าก็เหอะ 3ปีครึ่งที่ใช้ชีวิตมา
ทั้งสนุก ทุกคลุกเคล้ากันไป (พูดยังกะอาหาร)-*-
และแล้ววันที่ 18 ธ.ค.ปี49 ก็ทำให้พ่อและแม่ภาคภูมิใจจนได้
กว่าจะได้รับปริญญาทั้งต้องพยายามมาถึง3ปีครึ่ง
พอถึงวันรับปริญญาจากสมเด็จพระเทพฯ
ก็ต้องซ้อมถึง 3 วัน เพื่อความสวยงามและเป็นไปตามพิธีการ
พูดตามตรงว่าเหนื่อยมากๆ
ไม่มีสิทธิบ่นเลย อย่างมากก็ปวดเท้า ใครจะรับปีถัดไป
เตรียมตัวให้ดี แล้วจะรู้ว่าเท้ามันรับภาระหนักแค่ไหน
วันที่ถ่ายรูปวันที่ 16 ธ.ค. ตื่นแต่งหน้าทำผมตอน 6 โมงเช้า ดีกว่าคนอื่นๆ
ได้ยินมาว่าเพื่อนต้องตื่นตั้งแต่ ตี 2 โอ๊ยอาร์ไม่ไหวอ่ะ
เอาแค่นี้แหละ ก็ถ่ายรูปแหละส่วนใหญ่วันนั้นก็จะถ่ายกะเพื่อนๆซะมากกว่า
วันที่ 18 ธ.ค. ซ้อมมาตั้งนาน ได้รับจริงๆไม่ถึง 4 วิ เอานะ
กลัวอยู่อย่างเดียวรูปจะออกมาไม่สวย
ตอนรับก็นะ มีแต่คนก้มหน้า แต่อรุณณี ไม่อ่ะ
ขอสบพระพักตร์หน่อยเหอะ
พรtองค์ ทรงอิดโรยมาก (เยา) สุดๆ ก็คนตั้ง 5013 คนอ่ะ สุดยอด ไม่มีเบรก
พอถึงเวลาก็ตื่นเต้น สุดๆ แต่ที่น่าแปลก
คือไม่หลับเลยช่วงที่พระเทพฯ ทรงพระราชทานปริญญาบัตรอ่ะ
วันซ้อมอ่ะหลับไม่รู้กี่รอบ-*-
ตอนเช้าของวันที่ 18 ธ.ค. ถ่ายรูปจนเหนื่อย ปากสั่น เหงือกแห้งสุดๆ
บักแอร์เลยบอกว่า อาร์อย่าบ่น เรียนมา4ปีเพื่อวันนี้ วันเดียว
เอ่อถูกของมัน แต่ผิดหน่อยคือ ข้าน้อยเรียน 3 ปีครึ่ง
ได้ข่าวว่ามันคุยถูกคอกะท่านแม่เป็นอย่างมาก
เพื่อนๆเมาท์หลังไมค์แล้ว555+
แต่ยังว่า ความซวยมีมาไม่หมด ไม่ใช่ว่าไปสาย รึอะไรเลยนะ
แต่ว่ารูปที่ถ่ายตอนเช้า หายหมด
สาเหตุเพราะพ่อ บิดรผู้เดียวของข้าน้อย
มือไวกดพลาดไป รูปที่ถ่ายตอนเช้าหายหมด TT^TT
ที่เสียดายมันมีรูปที่ถ่ายกะพี่รุดด้วยอ่ะ เศร้า
แม่นะเซ็งสุดๆ แม่บอกว่า ถ้าไม่มี วิดีโอ แม่จะเสียใจกว่านี้
ยังดีว่ายังถ่ายวีดีโอไว้ แล้วก็มีกล้อง ดวงอีก กล้องปอ อีก
แต่ทั้ง 2 กล้อง ไม่ใช่รูปสวย เลยดิ มีแต่รูปหลุดๆ
ทำนองเนี้ย พูดเเล้วก็เศร้า
แม่บอก สาเหตุก็เพราะไม่เรียก ปู่ ญาติๆที่ตายไปแล้วมากินข้าว
(ดูดิโทษคนตายอีก) พ่อบอกว่า พ่อฝันเห็นทุกคนเลยที่เป็นญาติๆ ที่ตายไป
เบ้ยพูดยังกะว่า รู้ว่าหลานรับปริญญา เลยมาแสดงความยินดี รึอาจจะมากินข้าวด้วยไรงี้
555+ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะเชื่อ แต่ข้าน้อยไม่ได้ลบหลู่ แต่โทษท่านพ่อสุดๆ นี่แหละ
เอานะ ก็ไม่อยากจะเสียใจต่อไป ไหนๆ ก็แฮปปี้กันทุกคนแล้ว
มาเศร้าก็ใช่เรื่องใช่ม่ะเอาเป็นว่า
นางสาว อรุณณี ตรีวิเศษ ภูมิใจสุดๆ กับปริญญาบัตรใบนี้ ซึ่งมาพร้อมกับเกียรตินิยมอันดับ 2
ป.ล.ก่อนหน้าช่วงที่ซ้อม รู้สึกพ่อ กะแม่จะปากแข็งเหลือเกิน
บอกว่า โอ๊ยไม่เห็นมีไรเลย ก็แค่ปริญญาตรี
(เอ่อเราก็เข้าใจ เดี๋ยวนี้ปริญญาตรีมันก็เทียบได้กะจบ ม.6อ่ะนะ)
แต่พูดแบบนี้ก็แซดอ่ะ เซ็ง
พอวันจริง โอ๊ย ถ่ายรูป หน้าบานสุดๆ
โด่ ตอนแรกทำเอาเราใจแป้ว ^^
และสุดท้าย ขอบคุณ เพื่อนๆทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย
แม้จะอยู่ไกลก็ยังมา ขอบคุณจากใจจริงๆนะ ทั้งคนใกล้คนไกล
พอถึงวันที่พวกแกรับ อาร์จะพยายามาให้ได้ เหมือนกับที่เพื่อนๆมากัน